<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>ความสวย ความงาม ขาวใสไร้ขีดจำกัด</title>
	<atom:link href="http://shirate.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://shirate.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com weblog</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Oct 2009 04:16:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='shirate.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>ความสวย ความงาม ขาวใสไร้ขีดจำกัด</title>
		<link>http://shirate.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://shirate.wordpress.com/osd.xml" title="ความสวย ความงาม ขาวใสไร้ขีดจำกัด" />
	<atom:link rel='hub' href='http://shirate.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>อย.คุมบิ๊กอายส์ ต้องแพทย์สั่งให้ใช้</title>
		<link>http://shirate.wordpress.com/2009/10/21/%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://shirate.wordpress.com/2009/10/21/%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Oct 2009 04:16:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>shirate</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://shirate.wordpress.com/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[อย.จ่อประกาศคุมคอนแท็กต์เลนส์เป็นเครื่องมือแพทย์ เตรียมจัดทำร่างประกาศ เพิ่มความปลอด ภัยแก่ผู้บริโภคในการใช้ทุกประเภท โดยเฉพาะพวก บิ๊กอายส์ชี้อายไลเนอร์ผสมน้ำมันเครื่องอันตราย เสี่ยงเกิดมะเร็ง เร่งส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจทั่วประเทศ หากพบผสมสารต้องห้ามฟันทั้งผู้ผลิต-ผู้จำหน่าย ระบุโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. น.พ.พงศ์พันธ์ วงศ์มณี รองเลขา ธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ด้วยปัจจุบันมีกระแสแฟชั่นใส่คอนแท็กต์เลนส์ หรือเลนส์สัมผัส เพื่อความสวยงามที่ทำให้มองเห็นตา กลมโตตามแบบดาราเกาหลีหรือญี่ปุ่นได้ระบาดเข้ามาสู่วัยรุ่นไทยโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นหญิง โดยเลนส์สัมผัสประเภทนี้เหมือนกับเลนส์สัมผัสแฟชั่นที่มีหลายสีให้เลือก แต่บริเวณตรงกลางมีลักษณะเป็นเลนส์ใสและบริเวณขอบเลนส์มีสีดำหรือสีเข้มต่างๆ ที่จะทำให้มองเห็นว่าผู้ใส่มีตาดำขยายใหญ่และกลมโตกว่าปกติ ซึ่งการใส่เลนส์สัมผัสอย่างไม่ถูกวิธีนั้นอาจมีการแพ้ ติดเชื้อ กระจกตาเป็นแผล อาจทำให้ตาบอดได้ รองเลขาธิการกล่าวว่า เลนส์สัมผัสที่มีวัตถุประ สงค์เพื่อการปรับสายตา เข้าข่ายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือสำหรับใช้แก้ไขความบกพร่องของร่างกาย จึงจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ 2551 ประเภทเครื่องมือแพทย์ทั่วไป สำหรับเลนส์สัมผัสเพื่อความสวยงาม หรือคอนแท็กต์เลนส์แฟชั่น มีวัตถุประสงค์เพื่อความสวยงาม โดยไม่มีวัตถุประ สงค์ทางการแพทย์ต่อผู้ใส่ จึงไม่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ อย่างไรก็ตาม อย.ได้ตระหนักถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และเห็นว่าการใช้เลนส์สัมผัสทุกประเภท ทั้งชนิดที่ใช้เพื่อปรับสายตาที่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์และชนิดเพื่อความสวยงามที่ไม่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ หากนำมาใช้อย่างไม่ถูกต้องเหมาะสมอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้เช่นกัน จึงเห็นควรกำหนดให้มีการควบคุมเลนส์สัมผัสทุกประเภทเป็นเครื่องมือแพทย์ควบคุมอย่างเข้มงวดขึ้น ขณะนี้ได้จัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=shirate.wordpress.com&amp;blog=10039215&amp;post=4&amp;subd=shirate&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อย.จ่อประกาศคุมคอนแท็กต์เลนส์เป็นเครื่องมือแพทย์ เตรียมจัดทำร่างประกาศ เพิ่มความปลอด ภัยแก่ผู้บริโภคในการใช้ทุกประเภท โดยเฉพาะพวก <a href="http://www.shirate.com">บิ๊กอายส์</a>ชี้อายไลเนอร์ผสมน้ำมันเครื่องอันตราย เสี่ยงเกิดมะเร็ง เร่งส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจทั่วประเทศ หากพบผสมสารต้องห้ามฟันทั้งผู้ผลิต-ผู้จำหน่าย ระบุโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท</p>
<p>เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. น.พ.พงศ์พันธ์ วงศ์มณี รองเลขา ธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ด้วยปัจจุบันมีกระแสแฟชั่นใส่คอนแท็กต์เลนส์ หรือเลนส์สัมผัส เพื่อความสวยงามที่ทำให้มองเห็นตา กลมโตตามแบบดาราเกาหลีหรือญี่ปุ่นได้ระบาดเข้ามาสู่วัยรุ่นไทยโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นหญิง โดยเลนส์สัมผัสประเภทนี้เหมือนกับเลนส์สัมผัสแฟชั่นที่มีหลายสีให้เลือก แต่บริเวณตรงกลางมีลักษณะเป็นเลนส์ใสและบริเวณขอบเลนส์มีสีดำหรือสีเข้มต่างๆ ที่จะทำให้มองเห็นว่าผู้ใส่มีตาดำขยายใหญ่และกลมโตกว่าปกติ ซึ่งการใส่เลนส์สัมผัสอย่างไม่ถูกวิธีนั้นอาจมีการแพ้ ติดเชื้อ กระจกตาเป็นแผล อาจทำให้ตาบอดได้</p>
<p>รองเลขาธิการกล่าวว่า เลนส์สัมผัสที่มีวัตถุประ สงค์เพื่อการปรับสายตา เข้าข่ายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือสำหรับใช้แก้ไขความบกพร่องของร่างกาย จึงจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ 2551 ประเภทเครื่องมือแพทย์ทั่วไป สำหรับเลนส์สัมผัสเพื่อความสวยงาม หรือคอนแท็กต์เลนส์แฟชั่น มีวัตถุประสงค์เพื่อความสวยงาม โดยไม่มีวัตถุประ สงค์ทางการแพทย์ต่อผู้ใส่ จึงไม่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ อย่างไรก็ตาม อย.ได้ตระหนักถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และเห็นว่าการใช้เลนส์สัมผัสทุกประเภท ทั้งชนิดที่ใช้เพื่อปรับสายตาที่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์และชนิดเพื่อความสวยงามที่ไม่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ หากนำมาใช้อย่างไม่ถูกต้องเหมาะสมอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้เช่นกัน จึงเห็นควรกำหนดให้มีการควบคุมเลนส์สัมผัสทุกประเภทเป็นเครื่องมือแพทย์ควบคุมอย่างเข้มงวดขึ้น</p>
<p>ขณะนี้ได้จัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องเลนส์สัมผัส เพื่อเพิ่มมาตรการในการควบคุมการผลิตหรือนำเข้าเลนส์สัมผัสทุกประเภทในระดับที่เข้มงวดขึ้น โดยผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะต้องขออนุญาตจาก อย.รวมทั้งต้องแสดงอายุการใช้ คำเตือน ข้อห้ามใช้ และข้อควรระวังในการใช้ไว้ในฉลากหรือเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์และในการโฆษณาต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ผู้ที่ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ โดยจะมีการเสนอร่างประกาศฉบับดังกล่าวให้คณะกรรม การเครื่องมือแพทย์พิจารณาในวันที่ 17 ธันวาคมศกนี้ และเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรี เพื่อลงนาม ประกาศใช้ต่อไป น.พ.พงศ์พันธ์กล่าว</p>
<p>รองเลขาธิการกล่าวว่า สำหรับผู้ที่คิดจะใส่เลนส์ สัมผัสควรได้รับการตรวจตาจากจักษุแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเสียก่อนว่าไม่มีข้อห้ามในการใช้ และเพื่อได้รับเลนส์ที่มีขนาดโค้งที่ถูกต้องเหมาะพอดีกับตาของผู้ใส่ ไม่ควรไปซื้อเองจากร้านค้าทั่วไป ต้องใส่ใจในการทำความสะอาดเลนส์ ทั้งการล้าง แช่ เก็บ และก่อนสวมใส่ ทุกขั้นตอนต้องสะอาด เพราะถ้าเลนส์สกปรกมีเชื้อโรคทำให้ตาอักเสบได้ ไม่ควรใส่ขณะว่ายน้ำ ที่สำคัญต้องไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะเลนส์สัมผัสแฟชั่นยิ่งต้องระวัง เพราะในช่วงที่ยังไม่มีการกำกับดูแลร้านค้าอาจนำสินค้าที่ไม่มีคุณภาพมาจำหน่าย ก่อให้เกิดอันตรายถึงขั้นตาบอดได้</p>
<p>น.พ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงน.ส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ระบุว่าอายไลเนอร์บางยี่ห้อที่วางขายตามตลาดนัดหรือรถเร่มีส่วนผสมของน้ำมันเครื่องว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยังไม่มีการตรวจพบว่าอายไลเนอร์ที่มีการวางจำหน่ายในพื้นที่บางแห่งมีการผสมน้ำมันเครื่องจริงหรือไม่ อาจเป็นน้ำมันชนิดอื่นก็เป็นได้ แต่หากอายไลเนอร์มีส่วนผสมของน้ำมันเครื่องจริง ก็จะส่งผลอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะผิวหนัง โดยในระยะสั้นอาจทำให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง แต่หากมีการใช้ในระยะยาวจะทำให้เกิดโรคผิวหนัง และอันตรายถึงขั้นเป็นมะเร็ง</p>
<p>เลขาธิการ อย.กล่าวอีกว่า อายไลเนอร์ไม่ได้เป็นเครื่องสำอางที่ต้องควบคุมพิเศษ ในการผลิตหรือนำเข้าจึงไม่จำเป็นต้องแจ้งต่อ อย. อย่างไรก็ตาม เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคตนจะสั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกสุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จากแหล่งจำหน่ายทั่วประเทศ ก่อนส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบว่ามีการผสมสารเคมีที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอางหรือไม่ คาดว่าจะรู้ผลภายใน 1 สัปดาห์ หากพบผลิตภัณฑ์ยี่ห้อใดมีการใช้สารต้องห้ามเป็นส่วนประกอบจะดำเนินการอายัดผลิตภัณฑ์และทำลายทิ้งต่อไป ในขณะที่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายจะมีความผิดฐานผลิตเพื่อจำหน่ายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ</p>
<p>ในท้องตลาดมีเครื่องสำอางวางจำหน่ายกว่า 1 พันยี่ห้อ จึงอยากเตือนประชาชนควรเลือกใช้และซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือมีการระบุแหล่งผลิตที่แน่ชัดและเชื่อถือได้ อย่าซื้อเครื่องสำอางที่เป็นรถเร่ หรือสถานที่จำหน่ายที่เล็งเห็นแล้วว่าไม่น่าจะปลอดภัยต่อร่างกาย และต้องการวิงวอนผู้จำหน่ายให้คำนึงถึงความปลอดถัยของผู้บริโภค ไม่ควรนำเครื่องสำอางที่ไม่มีการระบุผู้ผลิตที่ชัดเจนมาขาย และหากใช้แล้วเกิดอันตรายขึ้นแก่ร่างกายก็ให้ร้องเรียนมาที่สายด่วน อย.1556 หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายกับผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นๆ น.พ.พิพัฒน์กล่าว</p>
<p>พนักงานคนหนึ่งประจำร้านจำหน่ายแว่นตาในย่านสยามสแควร์ เปิดเผยว่า สินค้าที่เป็นคอนแท็กต์เลนส์ <a href="http://shirate.wordpress.com">บิ๊กอายส์ </a>ทางร้านได้นำเข้ามาจำหน่าย 2-3 ปีแล้ว มีเพียงยี่ห้อเดียวคือ ARYAN จากประเทศเกาหลี เป็นคอนแท็กต์เลนส์ที่ใช้ประเภทรายเดือน โดยมีบรรจุภัณฑ์และคำแนะนำที่ได้รับมาตรฐาน ISO ของประเทศอเมริกา และผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ทุกครั้งที่มีลูกค้าสนใจหรือซื้อไปใช้จะได้รับการแนะนำวิธีการใช้คอนแท็กต์เลนส์<a href="http://www.shirate.com">บิ๊กอายส์</a>ปกติจะจำหน่ายได้ประมาณ 10 กล่องต่อวัน โดยใน 1 กล่องจะมี 1 คู่ และเสาร์อาทิตย์จะจำหน่ายสูงสุดถึง 100 กล่อง โดยจำหน่ายกล่องละ 450 บาท ส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาซื้อไปใช้จะเป็นวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือจะเป็นวัยทำงาน ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ไม่เคยมีปัญหา</p>
<p>ด้านตัวแทนพนักงานขายร้านโชคดีการแว่น คอนแท็กต์เลนส์<a href="http://www.shirate.com">บิ๊กอายส์</a> ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน กล่าวว่า ภายหลังมีข่าวออกมาว่าการใส่บิ๊กอายส์ที่ไม่ได้มาตรฐานและเก็บรักษาไม่ถูกวิธีอาจส่งผลทำให้ตาบอดภายใน 2 วันนั้น ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายบิ๊กอายส์ของทางร้านแต่อย่างใด โดยยังคงมีกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนนักศึกษาเข้ามาถามหาซื้อบิ๊กอายส์ไปใส่ โดยปกติทางร้านจะขายบิ๊กอายส์เฉลี่ยวันละ 2-3 คู่</p>
<p>ขณะที่พนักงานของร้านโกลเด้น ออพติด ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดขาย<a href="http://www.shirate.com">บิ๊กอายส์</a>ยังไม่มีผลกระทบกับข่าวที่ออกมา สำหรับปัญหาเกี่ยวกับคอนแท็กต์เลนส์ที่พบส่วนใหญ่จะเป็นคอนแท็กต์เลนส์ที่เป็นแฟชั่น ที่ผู้ใช้มักจะใช้คอนแท็กต์เลนส์เกินกำหนดเวลาที่ระบุไว้ รวมทั้งขาดการดูแลที่ถูกวิธี จึงอาจทำให้เกิดการติดเชื้อตามมาภายหลัง โดยปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ส่วนกลุ่มคนในวัยทำงานที่ผ่านมาไม่เคยพบปัญหาแต่อย่างใด โดยปกติทางร้านจะขายบิ๊กอายส์วันละประมาณ 5-6 คู่ ซึ่งเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางนายณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม หรือนัท เอเอฟ 5 ยังเดินทางมาซื้อบิ๊กอายส์ของทางร้านไปใช้</p>
<p>ส่วนพนักงานของร้านหอแว่น ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน กล่าวว่า สำหรับยอดขาย<a href="http://www.shirate.com">บิ๊กอายส์</a>ของทางร้านเมื่อมีข่าวออกมานั้นยังไม่มีผลกระทบตามมา โดยยังมีกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงเดินทางมาหาซื้อบิ๊กอายส์ตามปกติ ซึ่งทางร้านจะขายบิ๊กอายส์เฉลี่ยวันละประมาณ 3-4 คู่ โดยบิ๊กอายส์เริ่มเข้ามาเป็นที่นิยม และเป็นที่ต้องการของกลุ่มวัยรุ่นในช่วงเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังกระแสนักร้องญี่ปุ่นและเกาหลีเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย สำหรับปัญหาของ<a href="http://www.shirate.com">บิ๊กอายส</a>ที่เกิดขึ้นมักเกิดจากกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการตามกระแสแฟชั่นและไม่มีเงินในการซื้อบิ๊กอายส์ที่ได้มาตรฐานมาใส่ จึงหันไปซื้อ<a href="http://www.shirate.com">บิ๊กอายส์</a> ที่ไม่ได้มาตรฐานตามแหล่งศูนย์รวมวัยรุ่นต่างๆ อาทิ สยามสแควร์ ห้องสรรพสินค้ามาบุญครองและประตูน้ำ โดยส่วนใหญ่วัยรุ่นขณะนี้มักจะนิยมถามหาซื้อบิ๊กอายส์ที่มีขนาดความกว้างของเลนส์ 18 ม.ม. ซึ่งเป็นขนาดที่ไม่ได้มาตรฐาน สำหรับ<a href="http://www.shirate.com">บิ๊กอายส์</a>ที่ได้มาตรฐานจะมีความกว้างของเลนส์เพียง 14.5 ม.ม.เท่านั้น</p>
<p>สำหรับพนักงานของร้านเอ แอนด์ พี ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน เปิดเผยว่า ภายหลังมีข่าวการใส่บิ๊กอายส์ที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ถูกวิธีอาจทำให้ตาบอดได้นั้น ขณะนี้ยังไม่มีผลต่อยอดขาย<a href="http://www.shirate.com">บิ๊กอายส์ </a>โดยยังคงมีวัยรุ่นที่ส่วนใหญ่เป็นนัก เรียน นักศึกษาหญิงเดินทางมาหาซื้อบิ๊กอายส์ตามปกติ โดยทางร้านจะขายบิ๊กอายส์อยู่วันละประมาณ 2-3 คู่</p>
<p>ขณะที่พนักงานของร้านแว่นบิวตี้ฟูล สาขาประชานิเวศน์ 1 เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดขายบิ๊กอายส์ของทางร้านยังไม่ได้รับผลกระทบจากข่าวที่ออกมาแต่อย่างใด โดยยังมีกลุ่มวัยรุ่นที่ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาหญิงมาหาซื้อ<a href="http://www.shirate.com">บิ๊กอายส์</a>ไปใส่ ซึ่งปกติทางร้านจะขาย<a href="http://www.shirate.com">บิ๊กอายส์</a>อยู่ประมาณวันละ 2-3 คู่</p>
<p>ส่วนพนักงานของร้านแว่นท็อปเจริญ สาขาประ ชานิเวศน์ 1 กล่าวว่า ภายหลังมีข่าวเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการใส่<a href="http://www.shirate.com">บิ๊กอายส์</a>ที่ไม่ได้มาตรฐาน ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายของทางร้าน โดยยังมีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเดินทางมาหาซื้อบิ๊กอายส์ไปใส่ตามปกติ ส่วนใหญ่กลุ่มวัยรุ่นจะมาถามซื้อบิ๊กอายส์ที่มีสีดำ ส่วนบิ๊กอายส์ที่มีสีต่างๆ ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร โดยทางร้านจะขายบิ๊กอายส์อยู่ประมาณวันละ 2-3 คู่</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/shirate.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/shirate.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/shirate.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/shirate.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/shirate.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/shirate.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/shirate.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/shirate.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/shirate.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/shirate.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/shirate.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/shirate.wordpress.com/4/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/shirate.wordpress.com/4/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/shirate.wordpress.com/4/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=shirate.wordpress.com&amp;blog=10039215&amp;post=4&amp;subd=shirate&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://shirate.wordpress.com/2009/10/21/%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9e18c1fb01c621ce3bb73149aafc6d13?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">shirate</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สารกลูตาไธโอน ผิวขาว หน้าใส</title>
		<link>http://shirate.wordpress.com/2009/10/21/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%98%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://shirate.wordpress.com/2009/10/21/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%98%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Oct 2009 03:38:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>shirate</dc:creator>
				<category><![CDATA[skin]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://shirate.wordpress.com/2009/10/21/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%98%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89/</guid>
		<description><![CDATA[สารกลูตาไธโอน(Glutathione) เป็นสารที่เซลล์ในร่างกายเราสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง มีหน้าที่ปกป้องเนื้อเยื่อของอวัยวะทุกส่วนโดยการต่อต้านอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ และกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่สำคัญยังช่วยตับในการทำลายและขจัดสารพิษออกจากร่างกาย เช่น ตัวยาหรือสารพิษที่ไม่ละลายน้ำ เมื่อรวมตัวกับสารกลูตาไธโอน จะช่วยให้ละลายน้ำได้และถูกกำจัดออกจากร่างกายได้ในที่สุด สารพิษจำพวกโลหะหนักหรือสารกำจัดแมลง สามารถถูกขจัดออกจากร่างกายได้โดยการทำงานของกลูตาไธโอน(Glutathione)ร่วมกับตับ            สารกลูตาไทโอน(Glutathione) ยังมีหน้าที่สำคัญอีกมากมายในร่างกาย เช่น สังเคราะห์โปรตีน ช่วยให้เม็ดเลือดแดงมีความแข็งแรง ช่วยเร่งการซึมผ่านของสารอาหารเข้าสู่เซลล์ ช่วยปกป้องดีเอ็นเอของเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งนั่นเอง            โดยสรุปสารกลูตาไธโอน(Glutathione) จึงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายที่มีกำลังสูงเมื่อเปรียบเทียบกับวิตามินซีหรือวิตามินอี เมื่ออายุคนเรามากขึ้นปริมาณกลูตาไธโอนในร่างกายจะลดน้อยลง มีผลทำให้เซลล์และอวัยวะทุกส่วนเสื่อมโทรมลง ในทางตรงกันข้าม นักวิจัยพบว่าผู้ที่มีอายุยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรง คนผิวขาว หน้าใส  มักจะตรวจพบสารกลูตาไทโอน(Glutathione)โอนปริมาณสูงในกระแสเลือด การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์            สารกลูตาไธโอน (Glutathione) มีการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคเกี่ยวกับระบบเส้นประสาทบกพร่อง เช่น โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม โรคปลายเส้นประสาทอักเสบ มะเร็งกระเพาะ และมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยได้รับการรับรองให้ใช้เป็นยามามากกว่า 30 ปี การรักษามักจะให้โดยการฉีดเข้าเส้นหรือเข้าที่กล้ามเนื้อ อาการข้างเคียงของยาดังกล่าวตอนนี้ยังไม่พบ แต่อย่างไรก็ตามพบว่า สารกลูตาไธโอนมีผลข้างเคียงในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งทำให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากเม็ดสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว ผลข้างเคียงนี้จึงทำให้มีการแตกตื่นและนำกลูตาไธโอนมาเตรียมเป็นยาเม็ดเพื่อใช้เป็นอาหารเสริม เพื่อชะลอวัย และหวังผลให้ ผิวขาว หน้าใส หรือผิวขาวอมชมพู ยาเม็ดกลูตาไธโอน (Glutathione) ในการเสริมความงาม ในวงการของอาหารเสริม เพื่อให้ผิวขาว หน้าใส มีการนำสารกลูตาไธโอนมาทำเป็นยาเม็ดในขนาดความแรงต่างๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=shirate.wordpress.com&amp;blog=10039215&amp;post=3&amp;subd=shirate&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สาร<a title="กลูตาไธโอน" href="http://www.shirate.com/">กลูตาไธโอน</a>(<span style="color:#cc0033;"><a title="Gluta" href="http://www.shirate.com/">Glutathione</a></span>) เป็นสารที่เซลล์ในร่างกายเราสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง มีหน้าที่ปกป้องเนื้อเยื่อของอวัยวะทุกส่วนโดยการต่อต้านอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ<span id="more-3"></span> และกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่สำคัญยังช่วยตับในการทำลายและขจัดสารพิษออกจากร่างกาย เช่น ตัวยาหรือสารพิษที่ไม่ละลายน้ำ เมื่อรวมตัวกับสารกลูตาไธโอน จะช่วยให้ละลายน้ำได้และถูกกำจัดออกจากร่างกายได้ในที่สุด สารพิษจำพวกโลหะหนักหรือสารกำจัดแมลง สามารถถูกขจัดออกจากร่างกายได้โดยการทำงานของ<a title="กลูตาไธโอน" href="http://www.shirate.com/">กลูตาไธโอน</a>(<span style="color:#cc0033;"><a title="Gluta" href="http://www.shirate.com/">Glutathione</a></span>)ร่วมกับตับ </p>
<p>          สาร<a title="กลูตาไธโอน" href="http://www.shirate.com/">กลูตาไทโอน</a>(<span style="color:#cc0033;"><a title="Gluta" href="http://www.shirate.com/">Glutathione</a></span>) ยังมีหน้าที่สำคัญอีกมากมายในร่างกาย เช่น สังเคราะห์โปรตีน ช่วยให้เม็ดเลือดแดงมีความแข็งแรง ช่วยเร่งการซึมผ่านของสารอาหารเข้าสู่เซลล์ ช่วยปกป้องดีเอ็นเอของเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งนั่นเอง </p>
<p>          โดยสรุปสาร<a title="กลูตาไธโอน" href="http://www.shirate.com/">กลูตาไธโอน</a>(<span style="color:#cc0033;"><a title="Gluta" href="http://www.shirate.com/">Glutathione</a></span>) จึงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายที่มีกำลังสูงเมื่อเปรียบเทียบกับวิตามินซีหรือวิตามินอี เมื่ออายุคนเรามากขึ้นปริมาณกลูตาไธโอนในร่างกายจะลดน้อยลง มีผลทำให้เซลล์และอวัยวะทุกส่วนเสื่อมโทรมลง ในทางตรงกันข้าม นักวิจัยพบว่าผู้ที่มีอายุยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรง คน<a title="ผิวขาว หน้าใส" href="http://www.shirate.com/">ผิวขาว</a> <a title="หน้าใส ผิวขาว" href="http://www.shirate.com/">หน้าใส</a>  มักจะตรวจพบสาร<a title="กลูตาไธโอน" href="http://www.shirate.com/">กลูตาไทโอน</a>(<span style="color:#cc0033;"><a title="Gluta" href="http://www.shirate.com/">Glutathione</a></span>)โอนปริมาณสูงในกระแสเลือด</p>
<p><strong>การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์</strong> </p>
<p>          สาร<a title="กลูตาไธโอน" href="http://www.shirate.com/">กลูตาไธโอน</a> (<span style="color:#cc0033;"><a title="Gluta" href="http://www.shirate.com/">Glutathione</a></span>) มีการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคเกี่ยวกับระบบเส้นประสาทบกพร่อง เช่น โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม โรคปลายเส้นประสาทอักเสบ มะเร็งกระเพาะ และมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยได้รับการรับรองให้ใช้เป็นยามามากกว่า 30 ปี การรักษามักจะให้โดยการฉีดเข้าเส้นหรือเข้าที่กล้ามเนื้อ อาการข้างเคียงของยาดังกล่าวตอนนี้ยังไม่พบ แต่อย่างไรก็ตามพบว่า สารกลูตาไธโอนมีผลข้างเคียงในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งทำให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากเม็ดสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว ผลข้างเคียงนี้จึงทำให้มีการแตกตื่นและนำกลูตาไธโอนมาเตรียมเป็นยาเม็ดเพื่อใช้เป็นอาหารเสริม เพื่อชะลอวัย และหวังผลให้ <a title="ผิวขาว หน้าใส" href="http://www.shirate.com/">ผิวขาว</a> <a title="หน้าใส ผิวขาว" href="http://www.shirate.com/">หน้าใส</a> หรือผิวขาวอมชมพู</p>
<p><strong>ยาเม็ด</strong><a title="กลูตาไธโอน" href="http://www.shirate.com/"><strong>กลูตาไธโอน</strong></a><strong> (<span style="color:#cc0033;"><a title="Gluta" href="http://www.shirate.com/">Glutathione</a></span>) ในการเสริมความงาม</strong></p>
<p>ในวงการของอาหารเสริม เพื่อให้<a title="ผิวขาว หน้าใส" href="http://www.shirate.com/">ผิวขาว</a> <a title="หน้าใส ผิวขาว" href="http://www.shirate.com/">หน้าใส</a> มีการนำสารกลูตาไธโอนมาทำเป็นยาเม็ดในขนาดความแรงต่างๆ กัน เพื่อใช้ในการรับประทานเป็นอาหารเสริม โดยหวังผลว่า จะสามารถเสริมและทดแทนปริมาณกลูตาไธโอนที่ร่างกายมีไม่พอหรือบกพร่องไป อันเนื่องมาจากสาเหตุของโรคต่างๆ </p>
<p> </p>
<p><a title="กลูตาไธโอน" href="http://www.shirate.com/">กลูตาไธโอน</a> (<span style="color:#cc0033;"><a title="Gluta" href="http://www.shirate.com/">Glutathione</a></span>)ช่วยให้ผิวขาวได้จริงหรือ? </p>
<p>          ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น อาการข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ของการใช้ยากลูตาไธโอนคือ การยับยั้งการสร้างเซลล์เม็ดสีให้ผิวหนัง รวมทั้งการเปลี่ยนเม็ดสีที่สร้างขึ้นจากสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว จึงมีการคิดนำเอาสารชนิดนี้มาใช้เป็นอาหารเสริมโดยหวังว่า จะสามารถเสริมและเพิ่มความเข้มข้นของกลูตาไธโอนในกระแสเลือดให้มากๆ เพื่อหวังผลให้ผิวหน้าขาวอมชมพู แต่ในความเป็นจริงยาเม็ดที่เป็นอาหารเสริมนั้น ทานมากเท่าไหร่ก็จะไม่ได้ผล เพราะสารชนิดนี้จะถูกย่อยสลายและกำจัดออกจากร่างกาย ไม่ถูกดูดซึม แพทย์หลายสำนักจึงได้มีการดัดแปลงโดยทำการฉีดเข้าเส้นหรือเข้ากล้ามเนื้อเช่นเดียวกับการรักษาโรคต่างๆ อย่างไรก็ตามอาการข้างเคียงของผิวขาวเป็นอาการชั่วคราวเท่านั้น จึงไม่ควรใช้ยานี้ในทางที่ผิด</p>
<p>ภาวะที่ร่างกายขาด<a title="กลูตาไธโอน" href="http://www.shirate.com/">กลูตาไธโอน</a> (<span style="color:#cc0033;"><a title="Gluta" href="http://www.shirate.com/">Glutathione</a></span>)</p>
<p>          เนื่องจากสารดังกล่าวร่างกายสร้างได้เอง แต่สภาวะที่ร่างกายอาจขาดหรือมีกลูตาไธโอนไม่เพียงพอ เช่น เมื่อร่างกายมีโรคแทรกซ้อน ทำให้กลูตาไธโอนลดน้อยลงด้วยสาเหตุการถูกทำลายด้วยยารักษาหรือด้วยตัวโรคเอง หากร่างกายขาดหรือมีกลูตาไธโอนน้อย จะมีผลทำให้เกิดโรคตับอักเสบง่าย ทำให้ตับทำงานได้ไม่เต็มที่ มีโอกาสในการเกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบทางเดินหายใจ โรคหืด ผู้ที่มีกรรมพันธุ์เกี่ยวกับความบกพร่องของกลูตาไธโอนมักจะมีปัญหาโรคแทรกซ้อนทางระบบประสาท ผู้ที่ป่วยด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคเอดส์ ปริมาณกลูตาไธโอนในระบบเลือดจะต่ำมากๆ ผู้ที่สูบบุหรี่จัดก็เช่นกัน ดังนั้นบุคคลเหล่านี้จะเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย</p>
<p><a title="กลูตาไธโอน" href="http://www.shirate.com/">กลูตาไธโอน</a> (<span style="color:#cc0033;"><a title="Gluta" href="http://www.shirate.com/">Glutathione</a></span>)ในธรรมชาติ </p>
<p>          พบมากในผลไม้ ได้แก่ แตงโม สตรอเบอรี่ องุ่น ผลอโวกาโด ส่วนในผักพบมากใน หน่อไม้ฝรั่ง สำหรับเนื้อสัตว์จะพบได้ใน ปลา และเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ดังนั้นควรเลือกรับประทานจากธรรมชาติดีกว่าที่จะหลงไปใช้สารนี้อย่างผิดๆ และขาดความเข้าใจ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/shirate.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/shirate.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/shirate.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/shirate.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/shirate.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/shirate.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/shirate.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/shirate.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/shirate.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/shirate.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/shirate.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/shirate.wordpress.com/3/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/shirate.wordpress.com/3/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/shirate.wordpress.com/3/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=shirate.wordpress.com&amp;blog=10039215&amp;post=3&amp;subd=shirate&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://shirate.wordpress.com/2009/10/21/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%98%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/9e18c1fb01c621ce3bb73149aafc6d13?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">shirate</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
